วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

แครอทเป็นผักหรือผลไม้กันแน่




แครอท










 แครอท ภาษาอังกฤษ Carrot แครอท ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ ดอคุ๊ส คาโรต้า (Daucus carota. Linn) เป็นพืชในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง
เป็นที่นิยมปลูกและรับประทานทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีหลายขนาด
ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าดินสอไปจนถึงขนาดใหญ่ และมีหลากหลายสี เช่น สีเหลือง
 สีม่วง แต่ที่นิยมรับประทานนั้นจะเป็นแครอทสีส้มและยังจัดเป็นอาหารเพื่อ
สุขภาพอีกด้วย
แครอทเป็นผักหรือผลไม้? ตอบ แครอทเป็นผัก
 เพราะแครอทคือส่วนของราก ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพืชนั่นเอง
แครอทจึงไม่ใช่ผลไม้

ประโยชน์ของแครอท (Carrot)


แครอท ถือเป็นพืชที่มีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้มทั้งหลาย
 แม้ต้นกำเนิดจะเป็นผักมาจากต่างประเทศ แต่ก็เป็นพืชที่สามารถ
ปลูกได้ในเมืองไทย และยังนิยมนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างอีกด้วย
คุณประโยชน์ของแครอทนั้นก็คือ 
จะมีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
 ยับยั้งเซลล์ของมะเร็ง ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี 
โดยจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งในปอดได้ 
ซึ่งคนที่กินผักที่มีเบต้าแคโรทีนน้อยที่สุด 
จะเสี่ยงต่อมะเร็งในปอดมากเป็นเจ็ดเท่าของคนที่กินมากที่สุด 
นอกจากนั้นแล้วก็ยังช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดี 
และยังมีแคลเซียมเพคเตทที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล 
ลดการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว 
นอกจากนั้นในแครอทยังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงและลดการเสื่อมของตา 
มีสารต่างๆ ที่เป็นทั้งเกลือแร่และวิตามินอีกมากมาย เช่นธาตุแคลเซียม
 มีฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินเอ บี1 บี2 และวิตามินซี 
อีกทั้งยังช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนังและเส้นผมให้มีสุขภาพดีอีกด้วย
 ในการนำแครอทไปประกอบอาหารนั้นควรจะทำให้สุกก่อน
เพราะความร้อนจะช่วยทำลายผนังเซลล์ของแครอท
ทำให้ร่างกายนำเบต้าแคโรทีนไปใช้ได้ดี
และสำหรับคนที่อยากบำรุงผิวหน้าด้วยแครอทก็สามารถนำแครอทไปนึ่งให้สุกแล้วบด ละเอียด เอามาพอกหน้าไว้ 5-10 นาที ก็จะช่วยบำรุงผิวได้ด้วย
แครอท : ลดมะเร็งปอด
  แครอท เกิดในแถบเอเชียตะวันออก และเอเชียกลาง
 ออกดอกราวเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม ดอกแตกเป็นชั้นคล้ายร่ม
ชั้นนอกสีชมพู ตรงกลางสีม่วงแดง แครอทสมัยโบราณมีเนื้อแข็ง
 เสี้ยนเยอะเหมือนไม้ สีของหัวแครอทมีตั้งแต่สีเหลืองไปจนถึงสีม่วง
แต่แครอทสีส้มที่รับประทานกันทั่วไป
เป็นแครอทที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์เมื่อศตวรรษที่ 18 นี้เอง
ในทางยาพบว่าเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของชาวอเมริกัน
ใช้เป็นยาครอบจักรวาล รักษาได้หลายโรค เช่น แก้โรคประสาท
โรคผิวหนัง และหืดหอบ
 ในปี พ.ศ. 2510 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา
ได้พบว่าวิตามินเอที่ได้จากสัตว์ สามารถระงับมะเร็งในทางเดินหายใจ
 ในหนูทดลองได้ แต่ยังไม่มีใครสนใจว่าวิตามินเอที่ได้จากพืช
หรือสัตว์จะให้ผลดีกว่ากัน ซึ่งข้อมูลขณะนั้นได้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า
คนได้รับวิตามินเอจากผักสีเขียว และพืชสีส้มเป็นหลัก 
วิตามินเอที่ได้รับจากพืชคือ สารเบต้า แคโรทีน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ เมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายมนุษย์

ปี พ.ศ. 2524 ริชาร์ด ปีโต และคณะ ได้เขียนบทความลงในนิตยสาร Nature ว่า
 “จริงๆ แล้ว วิตามินเอไม่ได้ส่งผลให้เกิดการยับยั้งมะเร็ง แต่เป็นสารเบต้า แคโรทีน”
จากการทดลองของ ดร. ริชาร์ด เชเคลล์ นักระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยเท็กซัส
 ก็สนับสนุนความน่าเชื่อถือของข้อมูลนี้ มีการทดลองอีกมากมายเกิดขึ้น
แต่ข้อสรุปรวมจากการศึกษาทั้งหมดก็คือ “อาหารที่มีเบต้า แคโรทีน
สามารถลดอุบัติการโรคมะเร็งในปอดได้ แม้แต่ในผู้ที่สูบบุหรี่หลายปีแล้วก็ตาม”
นอกจากนี้ยังพบว่า คนที่ทานพืชผักที่มีแคโรทีนน้อยที่สุด จะเสี่ยงต่อมะเร็งในปอด
เป็นเจ็ดเท่าของคนที่ทานมากที่สุดในกลุ่ม เบต้า แคโรทีนสามารถป้องกัน
และยับยั้งมะเร็งในระยะต่างๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากให้กินเบต้า
แคโรทีนขนาดสูง พร้อมกับฉายรังสี
ท่านที่เคยเขี่ยแครอทชิ้นน้อยทิ้งจากจานสเต็ค คงทราบแล้วว่า
แครอทมีคุณประโยชน์มหาศาล นี่ยังไม่รวมถึงประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ
 ที่จะช่วยให้ท่านดูสดชื่น บำรุงผิวพรรณ และช่วยในการขับถ่าย
พืชผักทุกชนิดมีคุณสมบัติดีต่อร่างกายเหมือนกันหมด หากท่านอยากมีสุขภาพดี
ก็ไม่ควรเขี่ยผักเหล่านี้ทิ้งแม้สักชิ้นเดียว
Carrot Skin Care (Lisa)
 แครอทขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย 
และในทางความสวยความงาม
 แครอทก็มีคุณงามความดีไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน แครอทมีวิตามินเอ
 และวิตามินซีสูง 
ซึ่งเป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ชั้นดี จึงช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ 
และส่งเสริมการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม
 หนึ่งในวิธีใช้แครอทเพื่อความงามอย่างง่าย ๆ ก็คือ มาสก์แครอท 
ซึ่งมีวิธีทำแสนง่าย และไม่ต้องการส่วนผสมที่ยุ่งยาก เพียงแค่ต้มแครอทให้สุก 
และบดจนละเอียด ผสมน้ำผึ้งลงไปหนึ่งช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งเป็นส่วนผสมที่
ช่วยเยียวยาผิว ช่วยฆ่าเชื้อโรค และลดอาการอักเสบ คุณอาจเติม
น้ำมันมะกอกลงไปหนึ่งช้อนโต๊ะก็ได้ น้ำมันมะกอกจะช่วยบำรุงผิว 
ทำให้นุ่มนวล ยืดหยุ่น และเปล่งปลั่ง
 ส่วนผู้ที่มีผิวมันสามารถเพิ่มน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย 
น้ำมะนาวเป็นแอสตริงเจ้นท์ตามธรรมชาติที่ช่วยลดความมันของผิว 
ปริมาณของน้ำมะนาวขึ้นอยู่กับความมันของผิว ถ้าผิวคุณแห้งง่าย
 เติมน้ำมะนาวแค่ 8-10 หยด แต่ถ้าผิวมันมาก เติมน้ำมะนาวไ
ด้ราวหนึ่งช้อนโต๊ะ และเพื่อให้ส่วนผสมนุ่มเนียนขึ้น คุณอาจเติม
น้ำแร่ลงไปเล็กน้อย แต่อย่าให้มากเกินไป
 หรือถ้าส่วนผสมเหลวพอแล้วก็ไม่ต้องเติมน้ำอีกก็ได้ จากนั้น 
ทามาสก์ลงบนผิวสะอาด ๆ ให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ 
ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก แครอทมาส์กเหมาะสำหรับผิวมัน และเพื่อป้องกันริ้วรอย
คุณรู้รึไมว่า แครอท ต้มก่อนหั่น หรือหั่นก่อนต้ม แบบไหนดีกว่ากัน?
 อ.ดร.เคิร์สเทน แบรนดท์ (Kirsten Brandt) และคณะจาก
มหาวิทยาลัยนิวแคสเซิล สหราชอาณาจักร (UK) ร่วมกับทีม
วิจัยจากมหาวิทยาลัยเดนมาร์คค้นพบคุณค่าของสารฟาลคารินอล (
falcarinol) ในแครอทว่า ทำให้หนูทดลองเป็นมะเร็งน้อยลง 1/3
การศึกษาใหม่ทำการเปรียบเทียบว่า การนำแครอทไป “หั่นก่อนต้ม” กับ
 “ต้มก่อนหั่น”… แบบไหนจะดีกว่ากัน
ผลการศึกษาพบว่า ‘boiled before cut’ = “ต้มก่อนหั่น” 
ช่วยให้แครอทมีระดับสารต้านมะเร็ง “ฟาลคารินอล (falcarinol)”
สูงกว่า ‘chopped up first’ = หั่นตั้งแต่แรก 25%
กลไกที่เป็นไปได้ คือ การหั่นแครอทเพิ่มพื้นที่ผิว (surface area)
ของแครอท ทำให้สารต้านมะเร็งส่วนหนึ่งซึมออกไปในน้ำที่ใช้ต้ม
 เนื่องจากผนังเซลล์อ่อนตัวลงในระหว่างการต้ม
(น้ำผลไม้ แครอทและผักกะหล่ำปลี,ส้มโอ ผักชีฝรั่ง และแครอทปั่น)
(Carrot and cabbage juice,Grapefruit,celery and carrot smoothie)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น